แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวดปฏิจจสมุปบาท



วันเสาร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2557

วาสนา นาน่วม: กองทัพบก ฉะ "โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม"

ที่มา Thai E-News


หมายเหตุไทยอีนิวส์: สืบเนื่องจากการที่ วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร นสพ. บางกอกโพสต์ ได้โพสต์ใน FB เรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โิอชา ผบ.ทบ. ตัองสั่งทีมโฆษกทบ.แถลงตอบโต้ นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความชาวต่างชาติ ที่ได้เขียนแสดงความคิดเห็นในหัวข้อ“ชีวิตภายใต้ รัฐประหาร-การคุกคามประชาธิปไตยของกองทัพไทย”เผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต ซึ่ง ไทยอีนิวส์เห็นว่า ประเด็นของการโต้เถียงของทั้งสองน่าสนใจ จึงขอนำมาเผยแผ่ทั้ง 2 ความเห็น
กองทัพบก ฉะ "โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม"
บทความของ Robert Amsterdam ที่ทำให้ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โิอชา ผบ.ทบ. ตัองสั่งทีมโฆษกทบ.แถลงตอบโต้. ที่ถือเป็นการ ประเดิม ยกแรก อย่างเปิดเผย ระหว่าง กองทัพบก กับ คนในฝ่าย เสื้อแดง. โดยก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่เคย ออกมาตำหนิ แกนนำเสื้อแดง มีแต่ข่าว ตัดต่อ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ โต้. เด็จพี่ พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ และ นาย ขวัญชัย ไพรพนา แต่ไม่จริง. แต่อันนี้ ไฟเขียว ให้ฉะ นาย โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม นี่ ของจริง...
กองทัพบก ฉะ "โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม" ทนายฝรั่งเสื้อแดง วิจารณ์ไม่สร้างสรรค์ โจมตีทหาร หวังรัฐประหาร คุกคามประชาธิปไตย เป็นการทำลายบรรยากาศแห่งความรักความสามัคคีขัดต่อแนวทางของประเทศในภาพรวม มีทัศนคติเชิงลบต่อกองทัพ กล่าวร้าย ทำลายความเชื่อมั่น ศรัทธาที่ปชช.มีต่อกองทัพ เพื่อเอาใจบางคน บางกลุ่ม ยันกองทัพ ผบทบ.ให้ความระมัดระวังมาตลอด เรื่องจุดยืนขออย่าปรักปรำมองว่ากองทัพได้วางเฉยหรือไม่ช่วยปกป้องรัฐบาล ยัน เหตุการณ์ปี2553 กับตอนนี้ แตกต่างกัน
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก ทบ. กล่าวถึงกรณีที่ นาย โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความชาวต่างชาติ ได้เขียนแสดงความคิดเห็นในหัวข้อ“ชีวิตภายใต้ รัฐประหาร-การคุกคามประชาธิปไตยของกองทัพไทย”เผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตนั้น
"ขอเรียนว่า โดยปกติกองทัพยินดีรับฟังคำวิจารณ์ของทุกภาคส่วน ทั้งในประเทศ และต่างประเทศมาโดยตลอด แต่เนื้อหาที่นาย โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ได้เขียนแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ ไม่สร้างสรรค์ ทำลายบรรยากาศแห่งความรักความสามัคคีขัดต่อแนวทางของประเทศในภาพรวม"
รองโฆษก ทบ.มองว่า เป็นเพียงความเห็นตามมุมมองส่วนตัวที่มีทัศนคติเชิงลบต่อกองทัพเป็นทุนเดิม กองทัพบกมองว่าไม่ใช่เป็นคำวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต แต่เป็นคำกล่าวร้าย กล่าวหาที่ปราศจากข้อเท็จจริง มีอคติมุมมองที่คับแคบเกินไป และมีนัยยะแอบแฝง มุ่งทำลายความเชื่อมั่น ศรัทธาของประชาชนที่มีต่อกองทัพ อาจเพียงเพื่อเอาใจและตอบสนองคนเฉพาะกลุ่มที่มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อทหาร
รองโฆษก ทบ.กล่าวว่า คนไทยทุกคนตระหนักดีว่า ระบอบประชาธิปไตยจะพัฒนาได้ต้องเกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน, ฝ่ายการเมือง ส่วนราชการ ที่ผ่านมาประเทศไทยมีพัฒนาการในเรื่องนี้มาโดยตลอด 
สำหรับกองทัพได้มีบทบาทและจุดยืนในการที่จะสนับสนุนให้ ระบอบประชาธิปไตยเดินหน้ามาเป็นลำดับ หากกองทัพไม่มีผู้บังคับบัญชาที่มีภาวะผู้นำ และมีกำลังพลที่มีคุณภาพ คงไม่สามารถเป็นสถาบันที่สนับสนุนให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้าถึงทุกวันนี้ 

ในปัจจุบัน กองทัพก็ยังคงดำรงบทบาทตามกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ สนับสนุนทุกภาคส่วนในการสร้างความสงบเรียบร้อย ดูแลประชาชน และให้การสนับสนุนการบริหารบ้านเมืองของทุกรัฐบาล ปฏิบัติหน้าที่ด้วยเป็นธรรม ตรงไปตรงมาการ การที่จะปฏิบัติอะไรมีการพิจารณาอย่างรอบด้านทุกมิติ ปัจจุบันความรู้สึกของสังคมเป็นเรื่องที่มีความอ่อนไหว ซึ่งกองทัพให้ความระมัดระวังมาตลอด อย่าปรักปรำมองว่ากองทัพได้วางเฉยหรือไม่ช่วยปกป้องรัฐบาล อาจสืบเนื่องจากเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากเหตุที่มีกระแสข่าวว่ากอง ทัพไม่สนับสนุนให้ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือใช้กำลัง จนท.ทหารเข้าดูแลผู้ชุมนุม เหมือนเมื่อเหตุการณ์ในอดีตปี 53 ที่มีการใช้ พ.ร.ก.ฯและมี ทหารเป็นผู้ปฎิบัติหลัก
ขอเรียนว่าเหตุการณ์ในอดีตมีลักษณะโดยรวมต่างจากปัจจุบัน เหตุการณ์ในอดีตจะมีข้อมูลการใช้ความรุนแรงที่เกิดจากบุคคลหรือกลุ่มคนที่ ไม่หวังดี ได้ใช้อาวุธสงคราม และระเบิดกระทำต่อ บุคคล สถานที่ราขการ และระบบสาธารณูปโภค อย่างกว้างขวางในหลายจุดหลายพื้นที่จำนวนหลายเหตุการณ์ด้วยกัน ก่อนนำไปสู่การพิจารณาขอยกระดับการใช้กฎหมายเริ่มจาก พ.ร.บ.ฯ และตามด้วย พ.ร.ก.ฯ ตามจำนวนครั้งความถี่ที่ปรากฏเหตุและตามระดับความรุนแรงที่เกิดขึ้น 
แต่สำหรับสถานการณ์ในครั้งนี้ต่างเหตุการณ์ในอดีต ปัจจุบันมีปรากฏอยู่บ้าง ซึ่งผู้รับผิดชอบโดยตรงคือทาง ตร. กำลังเร่งดำเนินการสืบหาผู้กระทำผิดมาเข้ากระบวนการ เพื่อให้สังคมกระจ่างชัดหายข้อข้องใจจะได้ไม่ป้ายสีกันไปมา หรือไปคาดเดากันเองจนเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติมความขัดแย้งให้รุนแรงขึ้น ฉะนั้นเรื่องระดับการใช้กฎหมายจึงเป็นสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้ความ สำคัญในการพิจารณาร่วมกันด้วยความระมัดระวัง เพราะถ้าใช้ระดับของกฎหมายสูงเกินจำเป็นหรือไม่สอดคล้องต่อสภาพที่เหมาะสม ต่อความเป็นไปของสถานการณ์ อาจส่งผลลัพธ์กลับมาในทางตรงข้าม เป็นผลลบต่อภาพรวมของการแก้ปัญหาได้ ด้วยความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ภายใต้หลักความปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมือง ผบ.ทบ.ได้พยายามให้ความคิดเห็นในมุมมองของกองทัพเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ไม่ใช่การข่มขู่ใครอย่างที่นำเสนอ เจตนาเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องส่วนต่างๆ ได้มีไว้ใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาเรื่องที่ละเอียดอ่อนด้วยความระมัด ระวัง สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าความคิดเห็นดังกล่าวเป็นประโยชน์หรือ ไม่
นับตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ สังคมไทยรู้จัก นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ดีว่า มีพื้นฐานอย่างไร มีบทบาทสนับสนุน และมีการเคลื่อนไหวทางด้านการเมืองอย่างไร ในบางโอกาสยังสร้างความสับสนให้กับสังคมไทยอีกด้วย ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ข้อเขียนดังกล่าวนอกจากจะไม่ได้ส่งผลดีต่อสถานการณ์ของประเทศแล้ว ยังสร้างความสับสนเพื่อปลุกระดมให้เกิดความเกลียดชังกันไม่เหมาะต่อ สถานการณ์ และจากพฤติกรรมดังกล่าวอาจเป็นเหตุเป็นผลอันสมควรที่กองทัพบกจะปฏิเสธตัวตน นาย โรเบิร์ต อัมเตอร์ดัม และน่าจะให้เป็นบุคคลที่ไม่พึงปรารถนาของกองทัพ"
ooo

โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม

กองทัพไทยมีประเพณีอันยาวนานและเลวทรามในการขัดขวาง ประชาธิปไตย ทำร้ายประชาชนและเข้าแทรกแซงการเมืองเมื่อมองว่าจะเป็นผลประโยชน์ต่อตนเอง ตัวอย่างคือเหตุการณ์สังหารหมู่ที่กรุงเทพฯ ในปี 2553 ที่พวกเขาไม่ลังเลใจที่จะสนับสนุนรัฐบาลนายอภิสิทธิ์แม้ว่ารัฐบาลนี้จะ ปราศจากประชามติตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงก็ตาม และยังปรากฎด้วยว่าพวกเขาคือผู้กระทำมีความช่ำชองและยินดีที่จะสั่งพลซุ่ม ยิงให้สังหารประชาชนมือเปล่าและตั้ง “เขตใช้กระสุนจริง” เพื่อพิทักษ์อำนาจตนเอง การพิทักษ์อำนาจที่มักนำไปใช้เพื่อทำลายประชาธิปไตยคือข้อเท็จจริงทาง ประวัติศาสตร์ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ การทำรัฐประหารหลายครั้งเพื่อใช้กำลังบังคับให้มีการระงับสิทธิทางการเมือง ตามระบอบประชาธิปไตยของประชาชนไทยกลายเป็นเรื่องปกติ ดูเหมือนว่าการข่มขู่ทำรัฐประหารเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ในการดำเนินชีวิตทาง การเมืองของคนไทย

ในทางตรงข้าม เมื่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยขอความช่วยเหลือเพื่อปก ป้องสิทธิทางการเมืองของประชาชนไทย ทหารกลับทำไม่รู้ไม่ชี้ กลุ่มนายพลที่ชั่วช้า (มี “นายพล” หลายระดับหลายร้อยนายในกองทัพไทย) และผู้บัญชาการทหารได้จัดแถลงข่าวและข่มขู่สมาชิกรัฐสภาที่มาจากการเลือก ตั้งทางอ้อม และหาอ้างอ้างแบบน่าสมเพชเพื่อมาอธิบายว่าทำไมพวกเขาจึงไม่ต้องอยู่ภายใต้ การควบคุมของพลเรือนตามระบอบประชาธิปไตยและรับผิดทางกฎหมาย และทำไมกองทัพจึงต้องรักษา “ความเป็นกลาง” ซึ่งในบริบทการเมืองไทยหมายความว่าคุณยอมรับกลุ่มต่อต้านประชาธิปไตยว่าเป็น กลุ่มการเมืองซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ปกติของการพูดคุยทางการเมืองไปโดยปริยาย อย่างชัดเจน ดังนั้น ความเป็นกลางในกรณีนี้คือสัตว์ประหลาดที่ไม่มีอยู่จริงสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ เบี่ยงเบนการวิเคราะห์ที่ถูกต้องเรื่องเงื่อนไขอันแท้จริงภายในการปฏิบัติ การของกองทัพไทย

ผลจากกระบวนการรัฐประหาร การสังหารหมู่และความเฉื่อยชาที่ได้ปลุกเร้าโดยกองทัพคือประชาธิปไตยที่ยัง คงอ่อนแอ เหมือนก้อนน้ำแข็งอันบิดเบี้ยว และพร้อมที่จะแตกสลายทุกเมื่อ ทั้งยังยากที่จะประคับประคองการต่อสู้และการสนทนาที่เกี่ยวกับการเมืองอัน เป็นประโยชน์ได้ ดังนั้นรัฐบาลที่ไม่เป็นประชาธิปไตยของนายอภิสิทธิ์จึงสามารถยัดเยียดให้ ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยยอมรับตนเองได้ด้วยการใช้กำลังทางทหารอย่างรุนแรง ในขณะที่ไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยและเป็นที่นิยมกลับต้องยุบ สภาเพื่อถ่วงเวลากองทัพที่อาจจะเข้ามาแทรกแซงโค่นล้มรัฐบาล และวงจรนี้ทำให้ประชาธิปไตยไทยอ่อนแอลงทุกครั้ง จะต้องใช้เวลานานอีกเท่าไรก่อนที่วิกฤติอันร้ายแรงยิ่งกว่านี้จะเกิดขึ้น และทำให้ประชาคมโลกที่ติดอาวุธและสนับสนุนกองทัพไทยมาหลายทศววรษหันมาสนใจ ปัญหานี้โดยทันที

สิ่งที่ชัดเจนคือ ตราบใดที่กองทัพไทยไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของพลเรือนที่ชอบด้วยกฎหมาย, มีความรับผิดชอบและเป็นประชาธิปไตย กองทัพก็จะยังขัดขวางประชาธิปไตยไทยที่ล้มลุกคุกคลานแต่ก็ยังเติบโตอยู่ต่อ ไปเรื่อยๆ
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น