แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2556

มีแววว่าจะดราม่าก่อหวอดต้านสมเด็จฯปากน้ำขึ้นเป็นพระสังฆราชองค์ใหม่ อ้างเป็นนอมินีวัดพระธรรมกาย

ที่มา Thai E-News




สุดแสนจะอาลัยกับการจากไปของ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช 
อาลัยยิ่งกว่า ถ้าสังฆราชองค์ต่อไปมาจากธรรมกาย
หน้าเพจ กรณี ธรรมกาย ออกมาคัดค้านสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) วัดปากน้ำภาษีเจริญ พ.ศ. 2538 (มหานิกาย) ซึ่งเป็นอุปัชฌาย์ของ "ธัมชโย" วัดพระธรรมกาย โดยอ้างว่าเป็นนอมินีของวัดธรรมกาย โดยหน้าเพจดังกล่าวได้นำเสนอว่าตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชนั้
น พระราชบัญญัติ คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา 7 กล่าวว่า

พระมหากษัตริย์ ทรงสถาปนา สมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง ในกรณีที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนา เป็นสมเด็จพระสังฆราช 

ในกรณีที่สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้นายก รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะรูปอื่นผู้มีอาวุโสโดย สมณศักดิ์รองลงมาตามลำดับ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็น สมเด็จพระสังฆราช

สมเด็จพระราชาคณะในปัจจุบัน เรียงตามอาวุโสโดยสมณศักดิ์สูงสุด ตาม พ.ศ.การสถาปนา

1. สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) วัดปากน้ำภาษีเจริญ พ.ศ. 2538 (มหานิกาย) เป็นอุปัชฌาย์ของ "ธัมชโย" วัดพระธรรมกาย

2. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร) วัดสัมพันธวงศาราม พ.ศ. 2544 (ธรรมยุตนิกาย)

3. สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พ.ศ. 2552 (ธรรมยุตนิกาย)

4. สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) วัดบวรนิเวศวิหาร พ.ศ. 2552 (ธรรมยุตนิกาย)

5. สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (วีระ ภทฺทจารี) วัดสุทัศน์เทพวราราม พ.ศ. 2553 (มหานิกาย)

6. สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย) วัดเทพศิรินทราวาส พ.ศ. 2553 (ธรรมยุตนิกาย)

7. สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) วัดพิชยญาติการาม พ.ศ. 2554 (มหานิกาย)

ทางออกเพียงทางเดียว คือ พระบารมีของพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้น
..........

ทาง ด้านนายพุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล นักศึกษานิติศาสตร์โพสต์ลงในfacebookยืนยันว่า เมื่อพิจารณาจากข้อกฎหมายแล้วสมเด็จฯปากน้ำสถานเดียวเท่านั้นที่จะมีสิทธิใน ตำแหน่งพระสังฆราชองค์ใหม่

บุคคลที่จะถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง "สมเด็จพระสังฆราช" บุคคลนั้นต้องมีอาวุโสสูงสุด "โดยสมณศักดิ์" มิใช่ "โดยพรรษา"

กล่าวคือ นับว่าใครได้ตำแหน่ง "สมเด็จพระราชาคณะ" ก่อนหลังนั่นเอง
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ).jpg
สมเด็จวัดปากน้ำ (บวชปี ๒๔๘๘) ได้สมณศักดิ์ "สมเด็จพระราชาคณะ ชั้นสุพรรณบัฏ" เมื่อปี ๒๕๓๘
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ถาวโร มานิต ป.ธ. ๙).jpg
ส่วนสมเด็จวัดสัมพันธวงศ์ (บวชปี ๒๔๘๐)ได้สมณศักดิ์ "สมเด็จพระราชาคณะ ชั้นสุพรรณบัฏ" เมื่อปี ๒๕๔๔ ครับ

แม้สมเด็จวัดสัมพันธวงศ์ จะมีอายุพรรษาสูงกว่า แต่เมื่อพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฯ มาตรา ๗ บัญญัติว่า "...ในกรณีที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนา เป็นสมเด็จพระสังฆราช"

กรณีจึงไม่ต้องตีความอื่นใดอีก ว่าบุคคลที่อยู่ในคุณสมบัติจึงมีบุคคลเดียวคือ สมเด็จฯวัดปากน้ำ สถานเดียว เพราะมีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ครับ.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น