แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เรืองไกร โต้แย้งมติ กกต. ยุติสอบ ปชป.ปกปิดบัญชีเงินช่วยน้ำท่วม ยันต้องยื่นให้ศาลรธน.ยุบพรรค

ที่มา มติชน

 http://www.matichon.co.th/online/2013/06/13719681101371968844l.jpg

 รายงานข่าวแจ้งว่า จากกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.สรรหา ได้ยื่นหนังสือถึงกกต.ขอให้ตรวจสอบกรณีพรรคประชาธิปัตย์อาจกระทำการฝ่าฝืน กฏหมาย พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 จากสามกรณีคือ 1.รับบริจาคเงินจาก บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,000,000 บาท  2.รับบริจาคถุงยังชีพจากส่วนราชการ(กระทรวงพลังงาน) และ 3.รับบริจาคน้ำดื่ม จากบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) และขอรับการสนับสนุนรถยนต์จากส่วนราชการทหาร

ล่าสุด  ได้มีหนังสือหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ลต (ทบพ.) 0401/8929 ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2556 แถลงมติที่ประชุมกกต. ลงนามโดย นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการการเลือกตั้งนายทะเบียนพรรคการเมือง ยืนยันมติที่ประชุมคือ

 1) นายทะเบียนพรรคการเมืองมีความเห็นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2555 ให้ยุติเรื่อง กรณี ปชป.รับบริจาคเงินจาก บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,000,000 บาท

 2) นายทะเบียนพรรคการเมืองมีความเห็นเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 ให้ยุติเรื่อง  กรณีพรรคประชาธิปัตย์ได้รับบริจาคถุงยังชีพจากส่วนราชการ(กระทรวงพลังงาน)

 3) นายทะเบียนพรรคการเมืองมีความเห็นเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 ให้ยุติเรื่อง กรณี พรรคประชาธิปัตย์รับบริจาคน้ำดื่ม จากบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) และขอรับการสนับสนุนรถยนต์จากส่วนราชการทหาร

ซึ่งคณะกรรมการการ เลือกตั้ง ให้เหตุผลจากการพิจารณาว่า กรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นางอัญชลี เทพบุตร และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย  เพื่อรับเงินบริจาค กรณียังถือไม่ได้ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นางอัญชลี เทพบุตร และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ มีความผิดฐานเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง รับบริจาค ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่  จึงไม่ดำเนินคดีอาญาแก่บุคคลทั้งสาม

รวม ถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นางอัญชลี เทพบุตร และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เปิดบัญชีเงินฝาก เพื่อรับบริจาคเงิน ตามข้อ (1) พรรคประชาธิปัตย์อยู่ภายใต้บังคับมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 หรือไม่ ที่ประชุมมีมติให้ยุติเรื่องด้วยเช่นกัน

โดยล่าสุด นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ได้ทำหนังสือถึงประธานกรรมการการเลือกตั้ง อีกครั้ง โดยยืนยันหลักการในกฏหมายตามความในมาตรา 42 ประกอบมาตรา 82  แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 อธิบายยืนยันในข้อมูลว่า

"..พรรคประชาธิปัตย์ รับบริจาคเงินจำนวน 1,000,000 บาท และรับบริจาคน้ำดื่มจำนวน 850 โหล มูลค่าสองหมื่นกว่าบาท จาก บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) ดังกล่าวข้างต้น เป็นการรับบริจาคที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2553 ที่ต้องจัดให้มีการทำบัญชีตามมาตรา 45 ให้ถูกต้องตามความเป็นจริงด้วย แต่กลับไม่ปรากฏการรายงานเรื่องพรรคประชาธิปัตย์ รับบริจาคเงินจำนวน 1,000,000 บาท และรับบริจาคน้ำดื่มจำนวน 850 โหล มูลค่าสองหมื่นกว่าบาท จาก บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) ไว้แต่อย่างใด ทั้งนี้เห็นได้จากจำนวนเงินบริจาคในหัวข้อ เงินบริจาคทั่วไป-ทรัพย์สิน ที่พรรคประชาธิปัตย์รายงานว่ามีเพียง 1,000 บาท.."

"..พรรค ประชาธิปัตย์ ไม่ได้บันทึกบัญชีเงินบริจาคที่เป็นเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ ที่รับบริจาคเงินจำนวน 1,000,000 บาท และน้ำดื่มมูลค่าสองหมื่นกว่าบาท มาจากบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) ดังนั้น เงินจำนวน 1,000,000 บาท ซึ่งรับบริจาครวมมากับยอดที่ผู้อื่นบริจาคในช่วงเดียวกันอีก 191 ราย รวมเป็นเงินประมาณ 36,454,909 บาท กรณีการรับบริจาคในปี 2553 จึงมีการบันทึกบัญชีรายรับจากการบริจาคขาดไป 36,454,909 บาท ซึ่งมีนัยสำคัญมากเมื่อเทียบกับเงินบริจาคทั้งหมดที่รายงานในหมายเหตุเพียง 22,119,851.33 บาท ทำให้ยอดรายรับบริจาคในสมุดบัญชีของพรรคประชาธิปัตย์มียอดไม่ตรงกับสมุด บัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย เลขที่ 068-0-09656-6 สาขาย่อยกระทรวงการคลัง และไม่มีการบันทึกบัญชีรายรับจากการบริจาคน้ำดื่มมูลค่าสองหมื่นกว่าบาทไว้ ด้วย ทั้งนี้เห็นได้จากเงินบริจาคทั่วไป-ทรัพย์สิน ที่ระบุไว้เพียง 1,000 บาท.."

"..ดังนั้น เมื่องบการเงินไม่ถูกต้อง การรายงานการดำเนินกิจการของพรรคประชาธิปัตย์ ปี 2553 ตามแบบ ท.พ. 8 ในข้อ 5 สถานะทางการเงินของพรรคในรอบปีที่รายงาน จึงไม่ถูกต้องตามไปด้วย.."

กรณีจึงเป็นการที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 42 วรรคสอง หรือมาตรา 82 นายทะเบียนพรรคการเมืองจึงต้องดำเนินการต่อไปตามความในมาตรา 93 โดยยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุบพรรคการเมืองนั้น

นาย เรืองไกรให้ความเห็นว่า  นายทะเบียนพรรคการเมืองจึงต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในมาตรา 42 และดำเนินการเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคประชาธิปัตย์ต่อไปโดยเร็วและ อย่าให้เกินกำหนดเวลา ทั้งนี้ตามความในมาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 โดยมิอาจจะมีความเห็นให้ยุติเรื่องอีก หาได้ไม่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น